บทที่ 9 ทำสัญญารัก

         นายดินกลับขึ้นไปบนห้องอาบน้ำอาบท่าโกนหนวดโกนเคราเสียเกลี้ยงเกลา เขาลงมาด้านล่างเพื่อเข้าครัวลงมือทำอาหารเอง โดยนายได้โทรสั่งสนคนรับใช้ไว้ก่อนแล้ว ให้ไปจ่ายตลาดหาซื้อเนื้อสัตว์และผักสดต่าง ๆ อีกหลายอย่างเอามาใส่ในตู้เย็นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

คนในบ้านและในไร่ปฐพีต่างรู้กันว่าหากนายใช้อะไรเมื่อทำเสร็จแล้วไม่มีใครมีสิทธิ์อยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ที่ม่อนได้รับอนุญาต เพราะนายดินกำลังปรับปรุงบ้านคนงานที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งก็กำหนดเสร็จในอีกสี่เดือนข้างหน้า

เขาลงมือทำสเต๊กสุดฝีมือลวกแครอทกับผัก ที่เขาชอบเปิดเพลงคลอเบา ๆ ตอนที่ทำอาหารไปด้วย ม่อนแต่งตัวที่ดูแล้วรัดกุมที่สุด เธอใส่เสื้อแขนยาวสีขาวและกางเกงวอร์มสีน้ำเงินตัวโปรด ม่อนเดินเข้ามาในครัวอย่างช้า ๆ และหยุดอยู่ห่างจากเขาไปเล็กน้อย

“หิวหรือยัง” เขายกหน้าหันมาถามเพราะเห็นเท้าขาวซีดทางหางตา

“ค่ะ” เธอเป็นเด็กกินเก่งแต่ไม่อ้วนเสียด้วย มองตามมือนายที่กำลังลงมือทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว

‘ไหนนายว่าทำอาหารเป็นไม่กี่อย่าง’ เธอค่อนขอดเขาอยู่ในใจ

นายดินเคยไปเรียนอยู่ต่างประเทศหลายปี เขาต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่างและด้วยความเป็นพี่เลยต้องดูแลน้องได้ตอนที่พ่อแม่จากไป

“ยังมีไข้อีกไหม” เขาถามขึ้นอีกน้ำเสียงห่วงใย

“ค่ะ” เธอตอบเขาน้ำเสียงดีขึ้นแต่ยังแหบอยู่นิด

“เอ่อ...นายคะ ม่อนจะขออนุญาตนายออกไปซื้อยาหน่อยค่ะ” เธอเอ่ยขออนุญาต

“หื้อ...” เขาละมือจากงานตรงหน้าหันมาหาเธอเต็มตัว

“ม่อนเจ็บคอคิดว่าถ้าได้ยาแก้อักเสบก็น่าจะดีขึ้น” เธอเอ่ยเสียงค่อยค่อนข้างเกรงใจ

“แล้วเราจะไปยังไง” เขาถามต่อ

“ม่อนจะปั่นจักรยานของป้านาไปค่ะ” เธอส่งยิ้มให้นายพูดไปด้วย

“เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้ง” เขาพูดขึ้นโบกมือไม่อนุญาตม่อนหน้าเสีย

“เดี๋ยวฉันโทรให้สนขับรถออกไปซื้อให้ ว่าแต่เราไม่ไปหาหมอแน่นะ เจ็บคออย่างเดียวรึ” เขาซักไซ้เธอต่อเดินเข้ามาหา ม่อนขยับถอยหลังสองสามก้าว แต่ก็ต้องหยุดนิ่ง เพราะนายจับที่ข้อมือเอาไว้ ก่อนจะจูงผลักเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่มีอยู่ในห้องครัว ม่อนเงยหน้ามองเขายังสงสัย เพราะท่าทางนายดูแปลกไป รู้สึกห่วงหาอาทรเธอกว่าเมื่อวานเสียอีก

“กินน้ำผลไม้ไปก่อนแล้วกัน” เขาเดินถือแก้วน้ำผลไม้ที่รินใหม่จากตู้เย็นมาให้ ม่อนยกมือไหว้ก่อนจะรับมาถือไว้หลบสายตาที่มองมาแบบยิ้ม ๆ

นายดินหันไปหามือถือก่อนจะสั่งให้สนซื้อยามาให้ม่อนพร้อมเล่าอาการคร่าว ๆ ให้ฟัง ม่อนถอนหายใจออกมาดัง ๆ ยกน้ำผลไม้ขึ้นดื่มตามองนายที่หันกลับไปทำอาหารต่อวันนี้เขาดูไม่เหวี่ยงวีนเหมือนเมื่อวานอย่างกับเป็นคนละคน

“พรุ่งนี้ฉันจะไปงานศพแม่ของป้านา ม่อนจะไปด้วยไหม” เขาถามขึ้นมาลอย ๆ ตาและมือยังสาละวนกับการทำอาหาร

“ไปค่ะ” ม่อนรับปากเสียงใสคิดถึงพ่อกับแม่ใจจะขาด ถ้าไปงานนี้ก็ต้องเจอทั้งสองคนด้วย

“ม่อนมาช่วยนายยกจานนี้ออกไปหน่อยเร็ว” เขาหันมาหาชี้นิ้วให้เธอทำตามที่บอกม่อนรีบลุกขึ้นตัวเซทำท่าจะล้มเขารีบรับตัวเธอเอาไว้ทันที

“ไหนว่าดีขึ้นแล้ว” เขาต่อว่าม่อนเสียงเขียวรีบประคองเธอออกไปนั่งที่โต๊ะอาหารด้านนอก ม่อนรู้สึกผิด

‘จะให้บอกยังไงก็เมื่อกี้มันดีขึ้นแล้วจริง ๆ’ เธองึมงำในใจ

“ถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นต้องไปหาหมอนะ” เขากำชับเธออีกรอบ

นายดินยกจานสเต๊กและน้ำซุปกระดูกหมูที่เขาชอบทานออกมาด้วย

“มีเฟรนช์ฟรายส์ด้วยชอบไหม” เขาเอ่ยถาม บีบซอสมะเขือเทศใส่ในจาน นายดินยิ้มให้เห็นฟันเรียงกันสวย ม่อนมองหน้านายอย่างปลื้ม เธอจ้องภาพถ่ายใบใหญ่ทั้งที่ติดที่ห้องทำงานและที่ติดในห้องนอนนายตอนยังไม่เจอกัน เธอก็ว่านายดูดีที่สุดแล้วแต่เมื่อเห็นตัวจริงนายยิ่งดูดีขึ้นไปอีก

“กินสิหน้าฉันมีอะไรติดอยู่ยังงั้นรึ” เขายิ้มปากกว้างม่อนทำหน้าเหวอ ไม่คิดว่าเขาจะมองเห็นเพราะเห็นนายตั้งใจตัดเนื้อสเต๊กในจานให้เธออยู่

ม่อนออกอาการเขินก้มหน้างุดมองในจานของตัวเองใช้ส้อมจิ้มเนื้อที่นายหั่นไว้ให้

“กินเยอะ ๆ” เขายังบอกสำทับลงมาอีก คอยหั่นเนื้อให้และยังคอยบีบซอสจนม่อนรู้สึกอึดอัด เธอรีบกินรีบเคี้ยวจนนายต้องปรามอีกและหัวเราะในความซื่อใสของสาวน้อย

นายดินลืมเรื่องที่เขาขุ่นใจไปเสียสนิทกินอาหารตรงหน้าอย่างออกรสและกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดีกับเด็กม่อนคนนี้

“พี่กลับมาแล้วรึครับ” เสียงดอยสั่นผิดปกติจ้องมองสาวสวยนางแบบและนักแสดงชื่อดังที่นั่งอยู่ตรงหน้า เธอยักไหล่ให้เขาเล็กน้อยแบบไม่ยี่หระ รีบเดินไปยังเคาน์เตอร์เครื่องดื่มที่อยู่ห้องโถงในคอนโดหรูกลางใจเมืองของภูผารินบรั่นดีใส่แก้วตัวเองก่อนจะกระดกมันลงคออย่างไม่รู้สึกรู้สา

(“อือ...”) เขาตอบสั้น ๆ

(“ของฝากแกกับ เอ่อ...กับของปลาอยู่ในห้องนอนของพี่นะ”) สิ่งที่พี่ชายบอกทำให้เขาถึงกับหน้าถอดสี มือไม้สั่นเทารีบถามพี่ชายออกไปด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก

“ครับ เอ่อแล้วพี่ดินเอามาให้ผมตั้งแต่เมื่อไรครับ เอ่อ...ไม่ยักจะโทรหาผมเลยตอนพี่จะมา” ดอยถามออกไปด้วยความกังวลใจ

(“ช่างเหอะน่า ถ้าบอกแกก็ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์น่ะสิ ว่าไหม”) เขายิ้มหยันให้กับตัวเองตอนนี้เจ็บหนึบไปทั้งใจ

(“ดอยฉันยังเป็นพี่แกอยู่นะ ไม่รู้แกยังจำได้หรือเปล่า”) เขาพูดไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คนที่ได้ฟังถึงกับสะอึก

“ครับ” ปลายสายรับคำเสียงอ่อยความรู้สึกผิดจับเกาะกินอยู่ทั้งใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป